พระศรีอาริย์โพธิสัตว์

เวียงกาขาว แดนธรรมศรีวิไล

ว่าด้วยเรื่องพระศรีอาริย์

ตามโองการนวกาพรหม นาม “ แม่กาเผือก”
แม่กาเผือกขอเป็นผู้กำเนิดแก่ “ พระ”
พญาสัตว์ทั้ง 5 ขอเป็นผู้เลี้ยงดู “ พระ”
เกิดผังพุทธศาสนา 5 พระองค์ดังนี้คือ

ไข่ฟองที่ 1 พญาไก่เป็นผู้เลี้ยงดู ยุคพฤกษชาติ


เป็น กาชาด ( กาชาติ )

คือ สร้างชาติ สำเร็จเป็นพระศาสนา “ กกุสันโธ”
โปรดแม่กาเผือกไม่ได้ ร้อง พุทโธ ๆ


ไข่ฟองที่ 2 พญานาคเป็นผู้เลี้ยงดู ยุคสร้างบ้านเรือนครอบครัว


เป็น กาตั้ง

คือตั้งบ้านเรือนถิ่นที่อยู่อาศัย รวมกันอยู่เป็นหมู่เหล่า โปรดแม่กาเผือกไม่ได้ ปัญหาคาใจไว้ สำเร็จเป็นพระศาสดา “ โกนาคมโน”

ไข่ฟองที่ 3 พญาเต่านำไปเลี้ยงดู เมื่อมีบ้านเรือน ประเทศชาติเกิดขึ้น ระเบียบวินัย กฎข้อบังคับเพื่อให้อยู่อย่างสันติสุข ไม่เบียดเบียนกัน จึงเกิด


เป็นยุค กาสั่ง

และยังโปรดแม่กาเผือกไม่ได้ ได้แต่สั่งเรื่องราวไว้ที่กระดองเต่า สำเร็จธรรมเป็นพระศาสดา “ กัสสปะ”

ไข่ฟองที่ 4 พญาโคนำไปเลี้ยงดู


เป็นยุค กาสอน

คือสั่งสอนธรรมให้เหล่าเวไนย์ หลุดพ้นจากการวัฏจักรสงสาร และสอนเรื่องราวแม่กาเผือกให้องค์ต่อไปโปรด สำเร็จธรรมเป็นพระศาสดา “ พุทธโคดม”

พระศาสดาในภัทรกัปนี้ ตรัสรู้พระอนุตตรสัมมาโพธิญาณ 84,000 พระธรรมขันธ์ องค์ละรอบเดียวเท่านั้น พระนามจึงยังไม่หลุดจากสามัญนามแห่งพญาสัตว์ที่เลี้ยงดูองค์ท่าน

ไข่ฟองที่ 5 พญาราชสีห์นำไปเลี้ยงดู


เป็นยุค กาศิต

คือประกาศิตโปรดแม่กาเผือก จะมาสำเร็จเป็นพระศาสดา

“ พระศรีอาริยเมตไตรย์ ”

ในอนาคตกาลเบื้องหน้า และ ทำหน้าที่ปิดภัทรกัป คือนำพาเหล่าธาตุธรรมที่ยังโปรดไม่ได้ในยุค 4 พระองค์ก่อนเข้าสู่ฝั่งพระนิพพาน

เนื่องด้วยพญาราชสีห์เป็นจ้าวป่า อยู่ด้วยการล่าและกินเนื้อสัตว์ต่าง ๆ เป็นอาหาร ได้เข่นฆ่าชีวิตสัตว์อื่นอยู่เป็นนิจสิน กรรมของพญาสัตว์จึงมีมากมาย

ยามเมื่อพญาราชสีห์นำฟองไข่ที่ 5 มาเลี้ยงดู เมื่อแตกออกมาเป็นพระมหาสัตว์ ให้พระนามว่า “ ระนัญชะโห พันธุกะ”

พระมหาสัตว์ระนัญชะโห ต้องเวียนว่ายตายเกิด สร้างพระบารมีอย่างวิริยะอุตส่าห์ เพื่อจะโปรดพระบิดาพันธุกะ คือ พญาราชสีห์คืนสู่ฝั่ง

สร้างบารมีสำเร็จธรรม 1 รอบ ก็ยังโปรดพระบิดามิได้ ด้วยพระมหาเมตตาเป็นที่ตั้งอย่างสูงสุด ที่จะโปรดพระบิดาพญาราชสีห์ให้ได้ จึงวิริยะสร้างบารมีต่อไป รอบที่ 2 รอบที่ 3 รอบที่ 4 ก็ยังโปรดพญาราชสีห์ไม่สำเร็จ พระมหาสัตว์ระนัญชะโหพันธุกะจึงเวียนสร้างบารมี นับอสงไขยไม่ถ้วนจวบจนถึง 16 อสงไขยแสนมหากัป พระองค์จึงสำเร็จธรรมในรอบที่ 5

ครานั้นพระมหาสัตว์ทรงขัดสมาธิเพชร์ บรรลุธรรมในรอบที่ 5 แจ้งประจักษ์แห่งธรรมว่า พระองค์ออกจากนามราชสีห์แล้ว ออกจากนามของสัตว์แล้ว จึงเรียกตัวเองว่า


พุทธองค์

“ เราไม่ใช่สัตว์ เราไม่ใช่บุคคล
ไม่ใช่เทพพรหม
เราคือพุทธองค์ ”

พระนามแห่ง พระระนัญชะโหพันธุกะ ก็หมดสิ้นไป


“ เราคือ พระศรีอาริยเมตไตรย์ ”

จึงนับได้ว่าในภัทรกัปนี้
องค์พุทธที่ 5 คือ พระศรีอาริยเมตไตรย์
เพียงพระองค์เดียวเท่านั้น
ที่สามารถบำเพ็ญบารมี
จนบรรลุธรรมออกจากสามัญนามแห่งสัตว์

กลับหน้าหลัก